กระสือกินอะไรได้บ้าง เจาะลึกตำนานความหิวโหยยามค่ำคืน
- Sutthilak Keawon
- 25 ก.พ.
- ยาว 1 นาที

เรื่องราวความเชื่อและตำนานผีพื้นบ้านเป็นสิ่งที่ฝังรากลึกอยู่ในสังคมไทย และถ้าคุณกำลังสงสัย กระสือกินอะไรได้บ้าง เรื่องนี้เรา Mirror tale จะอธิบายในหัวข้อนี้เองครับ
สรุป
อาหารหลักของกระสือในตำนานไทยคือ รกเด็กหลังคลอด เลือดสด เครื่องในสัตว์ สัตว์ขนาดเล็ก และของปฏิกูล
ตำนานการกินของกระสือเป็นกุศโลบายของคนโบราณที่ซ่อน Insight ด้านการจัดการสุขอนามัยในชุมชน
ความกลัวกระสือกินรกเด็ก นำมาสู่วิถีชีวิตการป้องกันอันตรายใต้ถุนเรือนของหญิงรอดเดือน เช่น การใช้หนามสุม
การที่กระสือเช็ดปากกับผ้าตากทิ้งไว้ เป็นการสอนชาวบ้านทางอ้อมไม่ให้ตากผ้าข้ามคืนเพื่อหลีกเลี่ยงเชื้อโรคและความชื้น
การสืบทอดคำสาปผ่านน้ำลายกระสือ คือวิธีการสอนเรื่องความปลอดภัยในการบริโภคอาหาร ไม่ให้กินอาหารค้างคืนที่เปิดทิ้งไว้
ในทางจิตวิทยาและมานุษยวิทยา กระสือคือตัวแทนของความกลัวต่อความเจ็บป่วย และความกังวลเรื่องอัตราการรอดชีวิตของทารกในอดีตครับ
ทำไมตำนานของกระสือถึงยังสร้างความสยองขวัญให้คนไทย
ลองจินตนาการถึงคืนเดือนมืดที่เงียบสงัด เสียงหมาหอนรับกันเป็นทอด ๆ และแสงไฟสีเขียวอมแดงที่ลอยล่องอยู่เหนือยอดไผ่ ภาพจำเหล่านี้คือความสยองขวัญคลาสสิกที่คนไทยวัย Gen Y อย่างเราคุ้นเคยกันดีจากทั้งละครและเรื่องเล่าก่อนนอนครับ
แม้ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีเจริญก้าวหน้าไปมากแล้ว แต่เรื่องราวของกระสือก็ยังคงถูกหยิบยกมาเล่าขานและตีความใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า นั่นเป็นเพราะตำนานนี้ไม่ได้เล่นกับแค่ความกลัวผีเพียงอย่างเดียว แต่ยังเล่นกับความกลัวต่อสิ่งเร้นลับที่ซ่อนอยู่ในตัวบุคคลที่เรารู้จักในเวลากลางวันครับ
ความน่ากลัวที่แท้จริงของกระสือคือการแฝงตัวอยู่ในชุมชน ตอนกลางวันพวกเธอคือชาวบ้านธรรมดา แต่พอดวงอาทิตย์ตกดิน ความหิวโหยที่ไม่อาจควบคุมได้จะเปลี่ยนร่างมนุษย์ให้กลายเป็นหัวและเครื่องในลอยล่องออกหาอาหาร ซึ่งจุดนี้นำมาสู่คำถามสำคัญที่หลายคนสงสัยและสยดสยองไปพร้อม ๆ กันครับ
บทความที่เกี่ยวข้อง : เจาะลึกต้นกำเนิดกุมารทอง ตำนานเครื่องรางเร้นลับของคนไทย

สรุปแล้วในยามค่ำคืนกระสือกินอะไรเป็นอาหาร
ความหิวโหยของกระสือคือหัวใจหลักของตำนานเรื่องนี้ครับ อาหารที่กระสือเลือกกินสะท้อนให้เห็นถึงสัญชาตญาณดิบและความเป็นอื่นที่หลุดพ้นจากความเป็นมนุษย์โดยสิ้นเชิง อาหารหลักของกระสือสามารถแบ่งออกได้เป็นกลุ่มหลัก ๆ ดังนี้ครับ
รกเด็กและเลือดจากการคลอดบุตร: นี่คืออาหารโอชะและเป็นที่ต้องการมากที่สุดของกระสือตามตำนานครับ กลิ่นคาวเลือดของหญิงสาวที่เพิ่งคลอดลูกจะดึงดูดกระสือจากระยะไกล เป็นสาเหตุที่ทำให้คนโบราณต้องเอาหนามพุทราหรือหนามไผ่ไปสุมไว้ใต้ถุนเรือนที่มีหญิงรอดเดือน
สัตว์ขนาดเล็กและเลือดสด: หากหาของโปรดอย่างรกเด็กไม่ได้ กระสือจะหันไปล่าสัตว์เลี้ยงของชาวบ้าน เช่น เป็ด ไก่ กบ เขียด หรือแม้แต่ลูกสุนัข โดยจะล้วงกินเฉพาะเครื่องในและดูดเลือดสด ๆ ทิ้งซากเหี่ยวแห้งไว้ให้ชาวบ้านดูต่างหน้าในตอนเช้าครับ
ของปฏิกูลและสิ่งปฏิกูล: นี่คือจุดที่ทำให้กระสือน่ารังเกียจที่สุดในหมู่ผีไทยด้วยกันครับ เมื่อความหิวถึงขีดสุดและหาอาหารสดไม่ได้ กระสือจะกินอุจจาระหรือสิ่งปฏิกูลตามบ่อเกรอะและส้วมซึมของชาวบ้านในสมัยก่อน
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น เราลองมาเปรียบเทียบพฤติกรรมการกินของกระสือกับผีพื้นบ้านอื่น ๆ ที่มีความหิวโหยคล้ายคลึงกันดูครับ
ประเด็นการเปรียบเทียบ | กระสือ | ปอบ | เปรต |
ลักษณะอาหารหลัก | รกเด็ก, เลือดสด, เครื่องใน, ของปฏิกูล | ตับไตไส้พุง, ของดิบ, สัตว์เลี้ยง | เลือดหนอง, ของบูดเน่า, สิ่งปฏิกูล |
วิธีการออกหากิน | ถอดหัวและเครื่องในลอยไปหาอาหาร | สิงร่างเหยื่อแล้วกินจากภายใน หรือเข้าสิงเพื่อเรียกร้องอาหาร | เดินขอส่วนบุญ หรือกินของเน่าเสียตามกรรมที่เคยก่อ |
ช่วงเวลาที่หิวโหย | กลางคืนเท่านั้น (ก่อนรุ่งสางต้องกลับร่าง) | ตลอดเวลาที่ควบคุมไม่ได้ หรือเมื่อถูกปลุกปั่น | ตลอดเวลา (เป็นความหิวโหยที่ไม่มีวันเติมเต็มตามผลกรรม) |
เป้าหมายของความกลัว | หญิงมีครรภ์, สัตว์เลี้ยง, สุขอนามัยในชุมชน | คนที่จิตใจอ่อนแอ, คนเจ็บป่วยในหมู่บ้าน | ผู้ที่ทำบาปหนา, การตักเตือนคนทำผิดศีลธรรม |

ทำไมความหิวโหยของกระสือถึงต้องผูกติดกับของสกปรกและของคาว
เมื่อเรามองลึกลงไปในเชิงกลยุทธ์ของการสร้างเรื่องเล่าและบริบททางมานุษยวิทยา เราจะพบว่า Insight ที่คนไม่ค่อยพูดถึงคือ “ตำนานกระสือถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือทางสังคม” ครับ
การที่กระสือกินของสกปรก กินรกเด็ก หรือเช็ดปากกับผ้าที่ตากทิ้งไว้ข้ามคืน ล้วนเป็นกุศโลบายของคนโบราณที่แฝงมากับความกลัวครับ ในยุคที่การแพทย์ยังไม่เจริญ อัตราการเสียชีวิตของแม่และเด็กหลังคลอดสูงมาก การสร้างเรื่องกระสือช่วยให้ชาวบ้านต้องระมัดระวังเรื่องความสะอาด ป้องกันสัตว์ร้ายหรือเชื้อโรคเข้ามาใต้ถุนบ้าน
นอกจากนี้ การห้ามตากผ้าข้ามคืนเพราะกลัวกระสือมาเช็ดปาก ก็คือการสอนเรื่องสุขอนามัย ป้องกันน้ำค้าง แมลงมีพิษ หรือเชื้อราที่มากับความชื้นในตอนกลางคืนครับ ดังนั้น อาหารของกระสือจึงเป็นตัวแทนของ “ความไม่สะอาด” และ “ความเสี่ยงทางสุขภาพ” ในสมัยโบราณนั่นเองครับ
การออกหากินของกระสือเริ่มยังไงและจบยังไงในแต่ละคืน
การเดินทางออกหาอาหารของกระสือเป็นวงจรที่ต้องแข่งกับเวลาครับ ทันทีที่ตกดึก ร่างกายส่วนบนจะแยกออกจากคอ นำพาเอาหัวใจ ปอด และลำไส้ลอยออกไปพร้อมกับดวงไฟเรืองแสง
การล่าอาหารเป็นไปอย่างตะกละตะกลามตามแรงคำสาป เมื่อกินจนอิ่มหนำสำราญแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือก่อนที่แสงแรกของดวงอาทิตย์จะมาเยือน กระสือต้องรีบหารอยเปื้อนเลือดและคราบสกปรกบริเวณปากของตนเองให้สะอาดเสียก่อน นี่จึงเป็นที่มาของการเอาปากไปเช็ดตามเสื้อผ้าที่ชาวบ้านลืมตากทิ้งไว้ จากนั้นจึงลอยกลับไปสวมเข้ากับร่างที่ไร้วิญญาณบนเตียงนอน เพื่อตื่นขึ้นมาใช้ชีวิตเป็นมนุษย์ปกติในเช้าวันถัดไปครับ
น้ำลายกระสือกับการสืบทอดทายาท
อีกหนึ่งความน่ากลัวของการกินของกระสือ คือมันเชื่อมโยงกับการสืบทอดทายาทครับ ตามตำนานเล่าว่า หากใครเผลอไปกินน้ำลายของกระสือ ไม่ว่าจะมาจากการกินอาหารที่กระสือแอบมากินทิ้งไว้ หรือรับการถ่ายทอดทางน้ำลายโดยตรงจากกระสือที่กำลังใกล้ตาย บุคคลนั้นจะรับคำสาปและกลายเป็นกระสือตัวต่อไปทันที
เรื่องนี้สอนให้ชาวบ้านระมัดระวังการกินอาหารค้างคืน หรืออาหารที่ถูกทิ้งไว้โดยไม่ปิดฝาให้มิดชิดครับ เพราะในความเป็นจริง มันคือการป้องกันโรคติดต่อทางเดินอาหารและแบคทีเรียที่เติบโตในอาหารค้างคืนนั่นเองครับ นี่คือความแยบยลของการผูกเรื่องเล่าเข้ากับวิถีชีวิตประจำวันของคนไทยครับ
Q&A
Q : กระสือมีจริงหรือไม่ในยุคปัจจุบัน?
A : ในมุมมองของวิทยาศาสตร์และยุคปัจจุบัน กระสือเป็นเพียงตำนานพื้นบ้านและเรื่องเล่าที่สืบทอดกันมาครับ แสงไฟลึกลับในอดีตมักถูกอธิบายด้วยปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ เช่น ก๊าซมีเทนที่เกิดจากการทับถมของซากพืชซากสัตว์ หรือแมลงเรืองแสงครับ
Q : ถ้าเจอกระสือกำลังกินอาหาร ควรทำอย่างไร?
A : ตามความเชื่อโบราณ ห้ามส่งเสียงทักเด็ดขาดครับ เพราะจะทำให้กระสือรู้ตัวและอาจพุ่งเข้ามาทำร้าย ให้เงียบที่สุดและค่อย ๆ ถอยห่าง หรือหากรู้ว่ากระสือถอดหัวมาจากบ้านไหน ชาวบ้านมักจะไปสลับร่างหรือซ่อนร่างของกระสือเพื่อให้กลับเข้าร่างไม่ได้เมื่อถึงตอนเช้าครับ
Q : ทำไมกระสือส่วนใหญ่ถึงเป็นผู้หญิง?
A : เรื่องนี้สะท้อนถึงโครงสร้างสังคมในอดีตที่มักกดทับสตรีครับ ผู้หญิงถูกคาดหวังให้อยู่ในกรอบของความเรียบร้อยและสะอาดสะอ้าน การสร้างผีผู้หญิงที่ออกหากินของสกปรกยามค่ำคืน จึงเป็นการแสดงออกถึงด้านมืดหรือความกดดันที่ถูกซ่อนไว้ และยังเชื่อมโยงกับความลึกลับของการให้กำเนิดบุตรด้วยครับ



ความคิดเห็น