คนโดนปอบสิงสังเกตยังไง 7 สัญญาณคนโดนปอบสิง
- Pearwa Waraphan
- 26 ก.พ.
- ยาว 1 นาที

“ปอบ” เป็นหนึ่งในตำนานภูตผีที่คนไทยคุ้นเคยกันดี แต่เคยสงสัยไหมครับว่าถ้าเกิดขึ้นจริง เราจะรู้ได้อย่างไร? เรา Mirror tale จะอธิบายเรื่องนี้ให้เข้าใจง่าย ๆ ในบทความนี้เองครับ
สรุป
ปอบคืออะไร: ปอบเกิดจากผู้เล่นวิชาอาคมที่ควบคุมมนตร์ดำไม่ได้ ทำให้วิชานั้นย้อนกลับมาทำร้ายและสิงสู่ในร่างตัวเอง
ธรรมชาติของปอบ: มีความหิวโหยในของดิบของคาวอย่างไม่มีที่สิ้นสุด และจะย้ายร่างสถิตไปเรื่อยๆ เมื่อร่างเดิมหมดสิ้นอายุขัย
สัญญาณการสังเกต: มีทั้งหมด 7 ข้อหลัก คือ กินของดิบ, ผอมโซ, แววตาเปลี่ยน, เสียงเปลี่ยน, พละกำลังมหาศาล, กลัวของขลัง และพฤติกรรมเปลี่ยนไป
วิธีรับมือ: ควรพิจารณาความเป็นไปได้ทางการแพทย์ก่อนเสมอ หากไม่พบสาเหตุ จึงค่อยหาทางแก้ไขตามแนวทางความเชื่อในลำดับถัดไป
ก่อนจะดูอาการ ต้องเข้าใจก่อนว่า ‘ปอบ’ คืออะไร?
ก่อนที่เราจะไปเจาะลึกถึงสัญญาณเตือนต่างๆ เรามาทำความรู้จักที่มาที่ไปของ ‘ปอบ’ กันสักนิดดีกว่าครับ ในความเชื่อพื้นบ้านของไทย โดยเฉพาะทางภาคอีสาน ปอบไม่ใช่ผีหรือวิญญาณเร่ร่อนทั่วไป แต่เป็นสิ่งที่เกิดจากคนเล่นไสยศาสตร์มนตร์ดำแล้วควบคุมวิชาของตัวเองไม่ได้ หรือที่เรียกกันว่า “วิชาเข้าตัว” ครับ
เมื่อมนตร์ดำย้อนกลับเข้าสู่ผู้ใช้ มันจะกัดกินและเปลี่ยนคนๆ นั้นให้กลายเป็นปอบ มีความหิวโกรธตลอดเวลา โดยเฉพาะของดิบของคาวอย่างเลือดหรือเครื่องในสัตว์ เมื่อปอบกัดกินร่างกายของร่างสถิตจนหมดสิ้นแล้ว ก็จะออกจากร่างเดิมไปหาร่างใหม่เพื่อสิงสู่ต่อไป นี่คือเหตุผลที่ทำให้ปอบเป็นที่หวาดกลัว เพราะมันคือภัยใกล้ตัวที่อาจเกิดกับใครก็ได้นั่นเองครับ
ความน่ากลัวของปอบในตำนาน ไม่ใช่แค่การล่าเหยื่อ แต่เป็นการแฝงตัวอยู่ในสังคมได้อย่างแนบเนียนในตอนกลางวัน ทำให้การสังเกตความผิดปกติกลายเป็นวิธีเดียวที่จะป้องกันภัยจากสิ่งที่มองไม่เห็นนี้ได้
บทความที่เกี่ยวข้อง : กระสือกินอะไรได้บ้าง เจาะลึกตำนานความหิวโหยยามค่ำคืน

7 สัญญาณเตือน คนใกล้ตัวอาจโดนปอบสิงอยู่รึเปล่า?
เมื่อเข้าใจธรรมชาติของปอบแล้ว เรามาดูกันดีกว่าครับว่าตำราความเชื่อโบราณได้ระบุถึงอาการหรือสัญญาณเตือนของคนที่ถูกปอบสิงไว้อย่างไรบ้าง ซึ่งเราได้รวบรวมมาให้ 7 ข้อหลักๆ ที่มักถูกกล่าวถึงบ่อยที่สุดครับ
1. พฤติกรรมการกินที่เปลี่ยนไปแบบสุดขั้ว
นี่อาจเป็นสัญญาณที่ชัดเจนและน่ากลัวที่สุดข้อหนึ่งเลยครับ คนที่ถูกปอบสิงจะมีความอยากอาหารที่ผิดแปลกไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง จากที่เคยชอบทานอาหารปรุงสุก ก็อาจจะหันมาชอบกินของดิบ ของคาว หรือแม้กระทั่งเนื้อสัตว์ดิบๆ เลือดสดๆ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ทำไมถึงเป็นแบบนั้น: เพราะธรรมชาติของปอบคือความหิวโหยในของคาวเพื่อหล่อเลี้ยงพลังงานของมัน พฤติกรรมนี้จึงสะท้อนความต้องการของสิ่งที่สิงสู่อยู่ภายใน ไม่ใช่ความต้องการของคนคนนั้นอีกต่อไปครับ
2. ร่างกายซูบผอมลงอย่างน่าใจหาย
แม้จะกินเก่ง กินจุบจิบ หรือกินของแปลกๆ มากแค่ไหน แต่ร่างกายของคนที่ถูกปอบสิงกลับซูบผอมและทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็วผิดปกติ แก้มตอบ ตาโหล ดูไม่มีเรี่ยวแรง เหมือนคนที่ป่วยหนัก ทั้งๆ ที่อาจไม่ได้มีโรคภัยไข้เจ็บอะไรเลย
Insight ที่คนไม่ค่อยพูดถึง: ในเชิงความเชื่อ สิ่งนี้เปรียบเสมือนการที่ปอบกำลังสูบพลังชีวิตและสารอาหารจากร่างสถิตไปใช้เป็นพลังงานของตัวเอง ยิ่งปอบแข็งแกร่งขึ้นเท่าไหร่ ร่างกายของคนคนนั้นก็จะยิ่งอ่อนแอลงเท่านั้นครับ เป็นภาพสะท้อนของการเป็นปรสิตที่ชัดเจนมาก
3. ดวงตาแข็งกร้าวและแววตาเปลี่ยนไป
ดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจ คำพูดนี้ยังคงใช้ได้เสมอครับ คนที่ถูกสิงสู่มักจะมีแววตาที่เปลี่ยนไป จากคนที่เคยดูอ่อนโยนหรือเป็นมิตร อาจกลายเป็นคนที่มีสายตาแข็งกร้าว ดุดัน และบางครั้งก็ดูว่างเปล่าไร้ความรู้สึก เมื่อจ้องมองเข้าไปลึกๆ อาจทำให้รู้สึกเย็นยะเยือกได้อย่างน่าประหลาดใจ
4. พูดจาด้วยภาษาแปลกๆ หรือเสียงเปลี่ยนไป
อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงที่สังเกตได้คือเรื่องการพูดจา บางครั้งอาจพูดภาษาถิ่นโบราณที่ไม่เคยพูดมาก่อน หรือพูดด้วยน้ำเสียงที่ผิดเพี้ยนไปจากเดิม อาจเป็นเสียงแหบพร่า เสียงแหลมเล็ก หรือเสียงที่ฟังดูไม่ใช่เสียงของตัวเอง ซึ่งเป็นสัญญาณว่ามีบางสิ่งกำลังควบคุมกล่องเสียงของพวกเขาอยู่ครับ
5. มีพละกำลังมหาศาลผิดมนุษย์
ในบางสถานการณ์ โดยเฉพาะเมื่อถูกคุกคามหรือถูกจับได้ คนที่โดนปอบสิงอาจแสดงพละกำลังที่เหนือมนุษย์ออกมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ สามารถยกของหนักหรือทำร้ายคนอื่นด้วยแรงที่มากกว่าคนปกติหลายเท่า ซึ่งเป็นพลังที่มาจากตัวปอบ ไม่ใช่จากร่างกายมนุษย์ครับ
6. หวาดกลัวสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือของมงคล
เนื่องจากปอบเป็นสิ่งที่เกิดจากไสยศาสตร์มนตร์ดำ จึงเป็นธรรมดาที่จะหวาดกลัวหรือแพ้ทางให้กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์และของมงคลตามความเชื่อทางศาสนา เช่น พระเครื่อง, สายสิญจน์, น้ำมนต์ หรือแม้กระทั่งการได้ยินบทสวดมนต์ พวกเขาจะมีท่าทีร้อนรน กระสับกระส่าย หรือพยายามหลีกหนีอย่างชัดเจนเมื่อต้องเข้าใกล้สิ่งเหล่านี้
7. เก็บตัว พูดน้อย และมีท่าทีหวาดระแวง
สุดท้ายคือการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและอารมณ์ จากคนที่เคยร่าเริง เข้าสังคม อาจกลายเป็นคนเงียบขรึม ชอบเก็บตัวอยู่คนเดียวในที่มืดๆ ไม่สบตาคน และมักมีท่าทีหวาดระแวงคนรอบข้างอยู่ตลอดเวลา เหมือนกำลังซ่อนความลับบางอย่างเอาไว้ ซึ่งก็คือการซ่อนตัวตนของปอบที่อยู่ในร่างนั่นเองครับ

แล้วถ้าเจอคนที่มีอาการแบบนี้ ควรทำอย่างไร?
ต้องย้ำก่อนนะครับว่าอาการเหล่านี้เป็น “ความเชื่อ” ที่สืบต่อกันมา ซึ่งในทางการแพทย์สมัยใหม่ อาการบางอย่าง เช่น การกินของแปลก หรือร่างกายซูบผอม อาจมีสาเหตุมาจากความผิดปกติทางร่างกายหรือจิตใจได้เช่นกัน
ดังนั้น หากพบคนใกล้ตัวมีอาการเหล่านี้ สิ่งแรกที่ควรทำคือการพูดคุยและโน้มน้าวให้เขาไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงก่อนครับ แต่หากตัดความเป็นไปได้ทางการแพทย์ออกไปหมดแล้ว และสถานการณ์ยังคงน่าเป็นห่วง การปรึกษาผู้ใหญ่ที่เคารพ หรือผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญตามความเชื่อท้องถิ่น ก็อาจเป็นอีกหนึ่งหนทางในการช่วยเหลือและหาทางแก้ไขตามวิถีความเชื่อต่อไปครับ
Q&A: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปอบ
Q: ปอบมีจริงหรือไม่?
A: ปอบเป็นเรื่องเล่าและตำนานความเชื่อพื้นบ้านที่อยู่คู่กับสังคมไทยมานานครับ การมีอยู่จริงของปอบจึงขึ้นอยู่กับวิจารณญาณและความเชื่อของแต่ละบุคคล แต่ในเชิงวัฒนธรรมและคติชนวิทยา ปอบถือเป็นสิ่งที่มีอยู่จริงในฐานะเรื่องเล่าที่สะท้อนความกลัวและวิถีชีวิตของคนในอดีตครับ
Q: ปอบสิงแต่ผู้หญิงจริงไหม?
A: ไม่จริงเสมอไปครับ แม้ในตำนานหรือเรื่องเล่าส่วนใหญ่เรามักจะได้ยินเรื่องราวของ “ยายปอบ” แต่ในความเป็นจริงแล้ว ตามความเชื่อปอบสามารถสิงสู่ได้ทุกเพศทุกวัย ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผู้หญิงเท่านั้น
Q: ทำไมปอบต้องกินของดิบ?
A: ตามตำนานเชื่อว่าปอบต้องการพลังงานจากของสดของคาวเพื่อหล่อเลี้ยงอาคมและตัวตนของมัน การกินของดิบจึงเป็นสัญชาตญาณความหิวโหยของภูตผีที่อยู่ในร่าง ไม่ใช่ความต้องการของมนุษย์ครับ



ความคิดเห็น